บริษัท แสงทอง 1982 จำกัด (สำนักงานใหญ่)
284,286 ถ.ประชาราษฎร์ ต.ตลาดขวัญ
อ.เมือง จ.นนทบุรี 11000
Promotion! : Vittoria Corsa Graphene 2.0 ตัว TOP ที่โปรทีมเลือกใช้งาน
2,200 ฿ Original price was: 2,200 ฿.1,550 ฿Current price is: 1,550 ฿.
โปรโมชั่น ลดจาก 2300 เหลือ 1550 เท่านั้น
ยางนอกตัวท็อปจากค่าย Vittoria รุ่น Corsa Graphene 2.0 โฉมใหม่ล่าสุด
โฉมนี้ที่ทีมท็อประดับ Tour De France เลือกใช้ 6 ทีมในการแข่ง TDF ปี 2022
-ยางงัดขนาด 700 x 25 และ 700 x 28
-มีสองสี ขอบดำ และ ขอบแก้ว
-โครงสร้างแบบ cotton ซึ่งให้ความนุ่มนวลกว่าโครงสร้างแบบ Nylon ทั่วไป
-ความนุ่มสุดยอด ความเกาะหนึบเต็มสิบ
เมื่อเทียบกับโฉมแรก
-โฉมใหม่ตัวยางทนสึกหรอมากขึ้น
– ระยะการใช้งาน ตัวยางเริ่มเสื่อมสภาพที่ราวๆ 5,000km. เพิ่มเป็น 8,000km.
– ค่า Rolling Resistance ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 40%
– กักเก็บลมยางได้ดีขึ้น 30%
– เกาะถนนดีขึ้น 30%
– ทนแผลฉีก เจาะดีขึ้น 40%
—————————————
ลองอ่านรีวิวจากผู้ใช้งานจริง (ตัวโฉมแรก) ข้างล่างนี่ได้ครับ (ตัวใหม่นี่จะโฉมใหม่ 2.0 แล้ว)
(ขอนุญาตตัดบางส่วนมาจากเพจ Salaryman Cycling ครับ)
รีวิวยาง Vittoria Corsa G+ 700x25C
.
ผ่านการใช้งานมาประมาณ 1000 กิโลเมตร
เส้นทางการปั่น >> ทริป แม่สอด – อุ้มผาง // ทริปดอยตุง ดอยช้างมูบ // Test Run 200 วังน้ำเขียว // เขาใหญ่-เขาเขียว…
สภาพทางรวม ก็ประมาณ ขึ้นเขา ลงเขา กรวด ทราย ถนนคอนกรีตผิวหน้าลอกร่อน ทางก่อสร้างที่ยังไม่เสร็จ ทางลงเขายาวๆ ถนนลื่นๆ ฝนตกหนัก
.
ก่อนยอมควักกระเป๋า เพื่อแลกยางตัวนี้มาก็มีการศึกษาข้อมูลเล็กน้อยจากหลายๆแหล่งพบว่า…
.
Vittoria Corsa G+ Clincher ตัวนี้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิต ซึ่งทาง vittoria อ้างว่าเป็นยางที่เร็ว เพราะมีค่า rolling resistance ที่ต่ำก็เลยไปหาผลการทดสอบ ก็อืมมม ดูดี ไม่ขี้เหร่มาก อีกทั้งตัวยางมีค่า TPI ถึง 320TPI (TPI ย่อมาจาก Threads Per Inch นั่นคือ ค่าความหนาแน่นของยางต่อนิ้ว ยิ่งหนาแน่นมาก ยางก็ยิ่งรับแรงดันได้มาก ส่งผลทำให้ค่า Rolling Resistance น้อยลง) แล้วก็ยังให้การขึ้นเส้นใย ยางคอมปาวน์ ถึง 4 แบบ กระบวนการนี้ทาง Vittoria เรียกว่า 4C ISOtech Compound ยิ่งไปกว่านั้น Vittoria ยังบอกว่า ยางเค้า อึด ถึก ทน กว่าเดินนาจา เพราะใส่สาร Graphene (G+) เข้าไปเพื่อเพิ่มความอึด ถึก ทน แตกยาก!!!
.
.
ผิวสัมผัส
>>สัมผัสแรก มันก็รู้สึกนุ่มมือกว่ายางที่เคยใช้ทั้ง continental Grand Prix และก็ Bontrager R4 และมันเป็น layer 2 ชั้น เหมือนเอายางส่วนที่เป็นหน้ายาง มาแปะด้านบน ดูไปดูมาก็คล้ายๆ Sushi เลยฮะ ส่วนแก้มยางก็นุ่มๆนิ่มๆมาก แล้วก็เคลือบด้วยยางบางๆ บางคนเรียกว่า แก้มแก้ว อันที่จริง แก้มยางของรุ่นนี้มี 2 สี สีเทา ประมาณ ชาร์โคล กับสีเบจ คือมันเหลืองๆนวลๆ
.
ความลื่นไหล
>> รู้สึกได้ระดับนึง ถึงความลื่นไหล หรือ ที่เรียกกันว่า rolling resistance ของยางต่ำๆมันเป็นแบบนี้นี่เอง หากจะพูดง่ายๆคือ ออกแรงน้อย รถก็ไหลไปแล้ว
.
ความนุ่ม
>> นุ่มจริงๆ นุ่มแบบรู้สึกได้ แบบสัมผัสได้ เพราะยางก่อนหน้านี้ใช้ continental ไป เวลาเจอทางขรุขระ สะท้านมากๆ สั่นยันหน้าเลยก็ว่าได้ เป็นเพราะว่าเนื้อคอมปาวของยางที่นิ่ม อีกทั้งแก้มแก้ว จะช่วยซับแรงได้ดี
.
การยึดเกาะถนน
>> คือมันเกาะถนนดีมากๆ เมื่อเทียบกับเส้นเก่าทั้ง Continental และ Bontrager ที่เก่าถนนแบบชวนหวาดเสียวเอามากๆ ผมเอายางเส้นนี้ไปปั่นแบบลงเขาโหดๆ เส้นทาง แม่สอดอุ้มผาง ลงเขาตอนฝนตก ลงเขาที่ความเร็วสูง 60-70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อีกทั้งลงดอยตุง ดอยช้างมูบ รู้สึกได้ว่า ยางเกาะถนนมากๆ เพราะเนื้อคอมปาวยางที่นิ่ม ยิ่งเมื่ออุณหภูมิยางสูงขึ้น ยางก็จะยิ่งเกาะถนนมากขึ้น ลงเขาความเร็วสูงๆ ไม่มีอาการสะบัดให้รู้สึกเลย ผิดกับ 2 ตัวที่กล่าวมา
.
.
ความคงทน
>> เมื่อเนื้อคอมปาวยางนุ่ม แน่นอน ย่อมไม่ทนทานต่อแรงปะทะแหลมๆคมๆ ผมใช้ยางเส้นนี้มา ประมาณ 1000 กิโลเมตร ลุยมาแทบทุกสภาพ หินลอย กรวด ทางคอนกรีตที่ผิวหน้าลอกร่อย เส้นทางบนถนนที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ มีรั่ว 1 ครั้ง ก็ถือว่าเกินคาดนะฮะ แต่เนื่องจากนิ่ม เกาะถนนดี ก็ต้องแลกมาด้วยการสึกหรอที่ไว ดังนั้น ยางก็จะสึกไว ไปไวเช่นกันนนน นาจา
.
.
สรุป
.
ข้อดีคือ
>> ความนุ่ม เอาคะแนนไป 9/10
>> ความ ไหล เอาคะแนนไป 9/10
>> ความเกาะถนนดี เอาคะแนนไป 9/10
>> งัดยางง่าย ไม่ต้องใช่ที่งัดยางๆ บีบๆไล่ขอบยางหน่อย ก็ดึงยางออกมาได้แล้ว ถือว่าสะดวก สบาย ง่าย เอาคะแนนไป 10/10
.
ข้อเสีย
>> ยางสึกไวมาก แต่ทำไงได้ล่ะฮะ ก็มันเกาะถนนดี มันก็ต้องสึกไวธรรมดา เอาคะแนนไป 7/10
>> ราคาสูงไปนิ๊สสสสสสส
.
หากคุณลงทุนซื้อล้อดีๆ ราคาหลายหมื่น แต่ใช้ยางเกรดต่ำ มันก็ไม่สามารถรีดประสิทธิภาพออกมาได้ดีหรอกฮะ เพราะเวลาปั่นส่วนที่สัมผัสพื้นผิวถนนมีเพียงแค่ยางเท่านั้น ยางดี คุณก็ไปได้ไวขึ้น ปั่นสบาย
.
.
ปอลิง รีวิวนี้ไม่มีป้ายยา ดีไม่ดีก็บอกตรงๆ จ่ายเงินซื้อเอง ขับรถไปซื้อเอง รีวิวเอง รั่วเอง ปะเอง ซ่อมเองนาจา












